การนำคอมพิวเตอร์มาประยุกต์กับการจัดเก็บค้นหาหนังสือ และสารสนเทศต่างๆ ในห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศในโลก ได้เริ่มเกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ และในอังกฤษ เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2503 โดยได้เริ่มในห้องสมุดประชาชนในประเทศอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ.2504 บริษัทไอบีเอ็มได้พัฒนาโปรแกรมที่ใช้ในการผลิตดรรชนีคำสำคัญสำหรับชื่อเรื่องในวารสารเคมิคัลแอบสแตรก (Chemical Abstract) และบริษัทดักลาส แอร์คราฟ (Douglas Aircraft) ได้เริ่มผลิตบัตรรายการห้องสมุดด้วยคอมพิวเตอร์ และมีห้องสมุดอีกหลายแห่งได้ทดลองนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้งานกับห้องสมุด ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ปรากฏว่า มีห้องสมุดหลายแห่งโดยเฉพาะห้องสมุดมหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จในการดำเนินงาน แต่อีกส่วนหนึ่งก็ประสบกับความล้มเหลว ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไม่เพียงพอ ความไม่เข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับระบบข้อกำหนด และข้อจำกัดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบห้องสมุดด้วยคอมพิวเตอร์ของบรรณารักษ์และนักคอมพิวเตอร์
ประมาณกลางปี พ.ศ.2503 ห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress) ได้เริ่มทดลองผลิตระเบียบบรรณานุกรมหนังสือที่เครื่องอ่านได้ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า มาร์ค (MARC: Machine Readable Cataloging) และในขณะเดียวกันฝ่ายจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติของอังกฤษ (British National Bibliography) ก็ได้ร่วมมือกับห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันในการร่วมกันกำหนดโครงสร้างระเบียนของมาร์คจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป และในปัจจุบันประเทศต่างๆ หลายประเทศทั่วโลกก็ใช้รูปแบบมาร์คในการจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติของตน ในช่วงปี พ.ศ.2513 ได้มีกลุ่มมาตรฐานการจัดทำรายการสารสนเทศของห้องสมุดหลายกลุ่ม ร่วมกันกำหนดรูปแบบมาร์ค (MARC Format)
ต่อมาก็ได้มีการรวมตัวระหว่างห้องสมุดกับหน่วยงานที่จัดทำรายการหนังสือ และกลุ่มธุรกิจหนังสือ คิดเลขมาตรฐานสากลของหนังสือ หรือ ไอเอสบีเอ็น (International Standard Book Number : ISBN) เพื่อใช้เป็นเลขประจำหนังสือแต่ละเล่มที่ผลิตในแต่ละสำนักพิมพ์ของแต่ละประเทศ จึงเป็นเลขสำคัญที่ใช้ในการค้นหา หรืออ้างอิงถึงหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งที่นำไปบันทึกในคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันสำนักพิมพ์หลายแห่งนิยมพิมพ์เลขไอเอสบีเอ็นในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านได้ ซึ่งทำให้สะดวกต่อการบันทึกข้อมูลหนังสือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างยิ่ง
