ซีอาร์เอ็มระบบงานฉายแววรุ่ง - แข่งขันสูง
ซีอาร์เอ็ม
ระบบบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ ฉายแววรุ่งในตลาดไทยอย่างชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการด้านไอทีค่ายต่างๆ ทยอยเปิดตัว
หรือแนะนำระบบงานที่ชำนาญกันอย่างต่อเนื่อง และเจ้าของเทคโนโลยีต่างพยายาม
เพิ่มขีดความสามารถของระบบไม่หยุดอยู่เพียงซีอาร์เอ็ม
เพื่อบริหารงานลูกค้าขององค์กรเท่านั้น ยังขยายสู่อีซีอาร์เอ็ม
ซึ่งองค์กรจะสามารถติดต่อกับคู่ค้าและลูกค้า เพื่อผลทางการตลาด การขาย
และบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรต่างๆ ในประเทศไทย
ยังมีหลายระดับ ดังนั้น บางองค์กรจึงอาจจะอยู่ในขั้นเริ่มต้นกับระบบซีอาร์เอ็ม
แต่บางองค์กรไปไกลถึงขั้นต้องการติดต่อภายนอกองค์กรได้ด้วยแล้ว
นายเจสัน กวาน
ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น คอมมูนิเคชั่นส์
(ที) จำกัด กล่าวว่า
ตลาดซอฟต์แวร์บริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (ซีอาร์เอ็ม)
ในประเทศไทยนั้นคาดว่า จะเติบโตและเคลื่อนไหวเร็วมาก
เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นต่อการทำงาน ขณะเดียวกัน
เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ต่อเชื่อมเข้ากับระบบงานอื่น เพื่อประกอบกันเป็นระบบ
(โซลูชั่น) ที่ครบวงจร
หรือสามารถประยุกต์รวมกับระบบอื่นๆ เช่น ระบบฝากข้อความเสียง (วอยซ์เมล์),
อี-เมล์ เป็นต้น
สำหรับซอฟต์แวร์ดังกล่าว จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการได้มากขึ้น
รวมทั้งเป็นประโยชน์กับ
3
กลุ่มหลักคือ 1. ผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์)
2. บริษัท (คอมพานี)
และ 3. ผู้ใช้บริการ (คัสโตเมอร์)
เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน
ในฐานะเป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการ พร้อมกันนี้เขาคาดการณ์ว่า
จะเห็นการเติบโตของตลาดสูงมากในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้
ในประเทศไทย, สิงคโปร์ และมาเลเซีย
จากกระแสที่เริ่มเกิดขึ้นจากในสหรัฐอเมริกา,, ยุโรป
และเริ่มเข้าสู่ทวีปเอเชีย ผ่านญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน เป็นช่วงที่เหมาะสมในการลงทุน
หลังจากที่ผู้สนใจใช้เวลาศึกษาระบบมาแล้วตั้งแต่ราว 2
ปีก่อน ทั้งนี้เป็นการเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคาร,
โทรคมนาคม, ธุรกิจอุตสาหกรรม,
การบริการ เช่น โรงแรม และสายการบิน เพื่อการจองห้องพัก และตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
ปีนี้-ปีหน้าเติบโตสูงสุด
ด้านนายวินเซน
โค ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปรึกษาซีอาร์เอ็ม แอพพลิเคชั่น บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า
เชื่อว่าในช่วงเวลาปีนี้จนถึงปีหน้าจะเป็นช่วงที่ตลาดซีอาร์เอ็มในประเทศไทย
ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีอัตราการเติบโตของตลาดราว
30-40%
โดยบริษัทได้มองว่ากลุ่มที่จะซื้อซอฟต์แวร์ซีอาร์เอ็มนั้น แบ่งเป็น 3
กลุ่ม กลุ่มแรก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม,
บริษัทข้ามชาติ, ธนาคารและสถาบันการเงิน
ตลอดจนกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเงินลงทุนมาก
แม้จะมีการลงทุนระบบดังกล่าวไปก่อนหน้าแต่เชื่อว่าการมีการจัดซื้อเพิ่มเติมในปีนี้
ขณะเดียวกัน กลุ่มที่สอง จะเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำในธุรกิจต่างๆ ราว 500
บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
ที่มีความพร้อมในการลงทุนระบบ โดยเฉพาะในตลาดเทรดดิ้งคอมพานี
ซึ่งมีฐานลูกค้าเฉพาะรายอยู่แล้วจะช่วยให้สามารถ
ทำตามความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น กลุ่มที่สามนั้น เป็นกลุ่มบริษัทแบบเดิม
ที่ยังขาดความพร้อมในการลงทุนระบบคอมพิวเตอร์
โดยอาจจะยังไม่มีงบประมาณตลอดจนยังไม่มีแผนกที่ดูแลงานด้านไอที
โดยเฉพาะจึงยังไม่สนใจลงทุนระบบไอที
บลูมาร์ตินี-เมโทรร่วมรุกตลาด
ก่อนหน้านี้นายวิลเลี่ยม อีแวนส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู มาร์ตินี ซอฟท์แวร์
เอเชีย-แปซิฟิก
กล่าวว่า บริษัทกำลังขยายธุรกิจไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยจับมือกับบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
รุกตลาดไทย โดยส่งโซลูชั่นอีซีอาร์เอ็ม
ซึ่งจำเป็นต้องมีคู่ค้าทางธุรกิจ ที่เข้าใจในตลาดของประเทศนั้นๆ
เพื่อนำเสนอโซลูชั่นของบริษัทได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการ
โดยระบบงานของบริษัทถือเป็นระบบใหม่ ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นไปจากระบบซีอาร์เอ็ม
โดยข้อแตกต่างระหว่าง 2 ระบบนี้ คือ ซีอาร์เอ็มใช้บริหารงานภายในองค์กร
แต่อีซีอาร์เอ็ม องค์กรสามารถติดต่อกับคู่ค้าและลูกค้า เพื่อผลทางการตลาด การขาย
และบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตระบบงานใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ระบบเดิม
เชื่อผลตอบรับเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม
บริษัทตั้งเป้าว่า หลังจากบริษัทไทยเริ่มต้นทำตลาด
จะได้รับผลตอบกลับจากลูกค้าในเชิงบวกมากขึ้น ทั้งนี้ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
บริษัทมีคู่ค้าทางธุรกิจอยู่ในประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์
มาเลเซีย โดยญี่ปุ่นยังถือเป็นตลาดใหญ่ของบริษัท
ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมยานยนต์
และกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิต เป็นหลัก ทั้งนี้นายธวิช จารุวจนะ
ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
บริษัทจะเป็นตัวแทนจำหน่ายระบบอีซีอาร์เอ็ม พร้อมทั้งการติดตั้งระบบให้กับลูกค้าไทย
โดยช่วงแรกบริษัทจะเจาะตลาดฐานกลุ่มลูกค้าเก่าของบริษัท ที่ใช้ซีอาร์เอ็มอยู่ก่อนแล้ว
จากนั้นจะขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งจะค่อยๆ จัดสัมมนาให้ความรู้
และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบงานใหม่นี้
ลูกค้าใช้ซีอาร์เอ็ม
ส่วนของบริษัทโทรคมนาคม ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของระบบซีอาร์เอ็มนั้น
เริ่มจัดซื้อและติดตั้งระบบซีอาร์เอ็มกันบ้างแล้ว ตามที่นางอาภัทรา ศฤงคารินกุล
รองประธานกรรมการ บริหารด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน ในฐานะเอ็กซ์เซ็คคูทีฟ สปอนเซอร์
โครงการระบบซี-แคร์
สมาร์ท บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
กล่าวว่า บริษัทใช้งบประมาณราว 2,800
ล้านบาท ดำเนินการโครงการซี-แคร์ (คัสโตเมอร์-แคร์)
ในระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 2542-2545
หรือราว 4 ปี เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีศักยภาพขึ้น
โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงในส่วนของกระบวนการ,
เทคโนโลยีทั้งด้านแอพพลิเคชั่น และระบบโครงสร้างพื้นฐานจากเดิมที่ใช้ระบบคิวบิกส์
(Cubics) และการผนวกความสามารถในการประมวลผล
และสนองความต้องการของลูกค้า
โครงการดังกล่าวบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่แห่งหนึ่งของไทยรายนี้ ได้ลงทุนไอที 3
ระบบ ซึ่งหนึ่งในสามระบบนั้นคือ
ระบบการบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า (ซีอาร์เอ็ม)
ที่เลือกใช้ของบริษัท ซีเบิล ซิสเต็มส์ อิงค์
เพื่อสนับสนุนการสร้างรูปแบบบริการใหม่ๆ และหลากหลายมากขึ้น
ซึ่งระบบดังกล่าวจะสร้างความเข้าใจ
และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองฝ่ายที่กล่าวถึง
ด้วยระบบดังกล่าวบริษัทจะสามารถช่วยให้บริษัททราบพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า
และสามารถปรับปรุง ออกบริการใหม่ๆ ที่ลูกค้าสนใจให้เลือกในหลายรูปแบบ
โดยเป็นการทำควบคู่กันไปกับระบบอื่นๆ ที่จัดซื้อมาด้วย
อย่างไรก็ตาม
ธุรกิจโทรคมนาคมซึ่งกำลังแข่งขันกันอย่างรุนแรง
เมื่อมีรายหนึ่งใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทันสมัย บริษัทอื่นๆ ย่อมไม่อยู่นิ่ง
ดังนั้น กลุ่มธุรกิจนี้จึงยังเป็นเป้าหมายตลาดที่น่าสนใจ
ขณะเดียวกันในสายธุรกิจอื่นๆ ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน
ที่มา
:
กรุงเทพธุรกิจ (กรุงเทพไอที) ฉบับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545
-
|