-->หน้าแรก
-->แนะนำบริษัท
-->ติดต่อบริษัท
-->กระดานสนทนา
-->The Power Shopping
-->ERP: Compiere
-->CRM: SugarCRM
-->สาระการออกแบบระบบ
-->คำศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

-->รับเขียนโปรแกรม
-->รับให้คำปรึกษาฟรี
-->รับเขียนเว็บไซด์
-->รับวิเคราะห์ระบบ
-->รับซ่อมคอมพิวเตอร์

-->ขั้นตอนการสั่งสินค้า
-->เครื่องจัดเก็บเอกสาร
-->ระบบงบประมาณ
-->ระบบสารสนเทศสถานศึกษา
-->ACCESS CONTROL
-->BARCODE PRODUCTS
-->ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์(CRM)
-->ระบบจัดการในโรงงานตัดเย็บ เสื้อผ้า
-->ระบบประเมินสมรรถนะบุคคลากร แบบ Online

-->ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ


-->คู่มือ Rave Report (thai)
-->ระบบงบประมาณ(budget)
-->ระบบสารสนเทศสถานศึกษา
-->ระบบสินค้าคงคลัง


      pwstation@yahoo.com

 


ประโยชน์จากการใช้คอมเปียร์

 
คอมเปียร์เป็นระบบซอฟท์แวร์ ERP ที่มี CRM รวมอยู่ในระบบเดียวกัน สิ่งที่คอมเปียร์ทำได้ดีที่สุดคือ ทำให้องค์กรธุรกิจของผู้ใช้ เป็นองค์กรธุรกิจอัตโนมัติ ที่มีข้อมูลสำหรับการดำเนินงานอย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา, ระยะทาง และลักษณะทางภูมิศาสตร์ นั่นคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น จากการใช้คอมเปียร์ก็คือ ประโยชน์ที่องค์กรได้จากการเป็นองค์กรอัตโนมัติที่มีข้อมูลสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อจำกัดข้างต้น ฟังดูก็ง่ายๆ แต่อัตโนมัติแล้วดีอย่างไร ? มีข้อมูลสมบูรณ์ดีตรงไหน ?

คำถามข้างต้นนั้นมักจะถูกถามกันขึ้นมาในวงสนทนาเสมอๆ เพื่อจะตอบคำถามนั้นลองนึกถึง ภาพของพนักงานขายประจำบริษัท ซึ่งทำหน้าที่รับโทรศัพท์เพื่อรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า โดยปกติก็จะคอยรับโทรศัพท์จากลูกค้า แล้วก็เจรจาต่อรองกับลูกค้าด้วย ข้อมูลสินค้าต่างๆ อยู่ในเอกสารตั้งไว้ตรงหน้า ซึ่งมักจะเป็น รายการสินค้า, จำนวนสินค้านั้นในสต็อค และราคาของสินค้านั้น ข้อมูลทั้งหมด อาจถูกปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อเช้าวันนี้ และเป็นข้อมูลที่ตายตัวอยู่บนกระดาษ ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ลูกค้าถามมาก็ตอบไป เสนอราคา ต่อรองกันบ้างตามสมควร แล้วก็นัดส่งของ ทำรายการส่งแผนกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ก็เท่านั้นเอง

แต่ในความเป็นจริงนั้นวุ่นวายกว่านี้มาก ลูกค้าอาจจะต้องการสินค้าหลายรายการ ซึ่งอยู่ในหลายๆ หน้าของเอกสาร ลูกค้าอาจจะต้องการจำนวนมากกว่าที่แสดงไว้ในสต็อคสินค้า และขอราคาพิเศษเพราะสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และต้องการของด่วนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ข้อมูลที่พนักงานขายคนนั้นมีอยู่ในมือจะไม่พอที่จะปิดการขายครั้งนี้ได้ ต้องโทรศัพท์ถามเจ้าหน้าที่คลังสินค้าว่าสินค้าตามรายการที่ลูกค้านั้นจริงๆ มีอยู่เท่าไร และอาจจะต้องติดต่อฝ่ายจัดซื้อเพื่อขอให้สั่งซื้อสินค้าเพิ่ม และกำหนดเวลาสินค้าเข้า นอกจากนี้อาจต้องติดต่อฝ่ายการเงินขอข้อมูลเครดิตลูกค้าและขออนุมัติราคา โดยปกติเรื่องจึงมักออกมาในแบบที่พนักงานขายรับรายการสินค้าที่ลูกค้าต้องการ แล้วทำใบเสนอราคาให้ภายหลัง อาจจะเป็นชั่วโมงต่อมาหรือวันถัดไปก็แล้วแต่ ลูกค้าอนุมัติและออกใบสั่งซื้อ พนักงานขายก็เพียงแต่ทำสำเนาใบสั่งซื้อนั้นให้แผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วก็หมดหน้าที่ เรื่องต่อจากนั้นจะเป็นความรับผิดชอบของแผนกอื่นไป

จากตัวอย่างข้างต้นนั้นแน่นอนว่า การขายนั้นใช้เวลาเป็นชม.,เป็นวัน หรือหลายๆ วัน นั่นคือสินค้าคงต้องอยู่ในสต๊อคไปอีกอย่างน้อยก็เท่ากัยเวลาที่ทอดยาวออกไปนั้น ผลก็คือ เงินทุนหมุนเวียนก็จะเข้าไปอยู่ในสินค้าคงคลังมากขึ้น โอกาสการขายน้อยลง ถ้ามีคู่แข่งสามารถทำได้เร็วกว่าเราคู่แข่งอาจจะได้การสั่งซื้อจากลูกค้าของเราไปแทน

ถ้าระบบงานของเราอัตโนมัติ การขายครั้งนี้คงจะปิดได้ในครั้งแรกที่ลูกค้าโทรเข้ามา เพราะพนักงานขายมีข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นพร้อมอยู่ในคอมพิวเตอร์ตรงหน้านั้น ถ้าทำระบบให้ดีกว่านั้นก็เป็นไปได้ว่าลูกค้าจะเข้ามาที่ระบบรับคำสั่งซื้อของเราจากที่ทำงานของลูกค้า สร้างคำสั่งซื้อ กำหนดวันส่งของที่ต้องการได้เอง

ตัวอย่างนี้ยังเป็นเพียงบางส่วนของประโยชน์เกิดขึ้นจากการใช้คอมเปียร์ทำให้บริษัทเป็นบริษัทอัตโนมัติ

 



กลับไปหน้าหลัก


© The Power Station Co.,Ltd