คำถามข้างต้นนั้นมักจะถูกถามกันขึ้นมาในวงสนทนาเสมอๆ เพื่อจะตอบคำถามนั้นลองนึกถึง ภาพของพนักงานขายประจำบริษัท ซึ่งทำหน้าที่รับโทรศัพท์เพื่อรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า โดยปกติก็จะคอยรับโทรศัพท์จากลูกค้า แล้วก็เจรจาต่อรองกับลูกค้าด้วย ข้อมูลสินค้าต่างๆ อยู่ในเอกสารตั้งไว้ตรงหน้า ซึ่งมักจะเป็น รายการสินค้า, จำนวนสินค้านั้นในสต็อค และราคาของสินค้านั้น ข้อมูลทั้งหมด อาจถูกปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อเช้าวันนี้ และเป็นข้อมูลที่ตายตัวอยู่บนกระดาษ ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ลูกค้าถามมาก็ตอบไป เสนอราคา ต่อรองกันบ้างตามสมควร แล้วก็นัดส่งของ ทำรายการส่งแผนกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ก็เท่านั้นเอง
แต่ในความเป็นจริงนั้นวุ่นวายกว่านี้มาก ลูกค้าอาจจะต้องการสินค้าหลายรายการ ซึ่งอยู่ในหลายๆ หน้าของเอกสาร ลูกค้าอาจจะต้องการจำนวนมากกว่าที่แสดงไว้ในสต็อคสินค้า และขอราคาพิเศษเพราะสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และต้องการของด่วนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ข้อมูลที่พนักงานขายคนนั้นมีอยู่ในมือจะไม่พอที่จะปิดการขายครั้งนี้ได้ ต้องโทรศัพท์ถามเจ้าหน้าที่คลังสินค้าว่าสินค้าตามรายการที่ลูกค้านั้นจริงๆ มีอยู่เท่าไร และอาจจะต้องติดต่อฝ่ายจัดซื้อเพื่อขอให้สั่งซื้อสินค้าเพิ่ม และกำหนดเวลาสินค้าเข้า นอกจากนี้อาจต้องติดต่อฝ่ายการเงินขอข้อมูลเครดิตลูกค้าและขออนุมัติราคา โดยปกติเรื่องจึงมักออกมาในแบบที่พนักงานขายรับรายการสินค้าที่ลูกค้าต้องการ แล้วทำใบเสนอราคาให้ภายหลัง อาจจะเป็นชั่วโมงต่อมาหรือวันถัดไปก็แล้วแต่ ลูกค้าอนุมัติและออกใบสั่งซื้อ พนักงานขายก็เพียงแต่ทำสำเนาใบสั่งซื้อนั้นให้แผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วก็หมดหน้าที่ เรื่องต่อจากนั้นจะเป็นความรับผิดชอบของแผนกอื่นไป
จากตัวอย่างข้างต้นนั้นแน่นอนว่า การขายนั้นใช้เวลาเป็นชม.,เป็นวัน หรือหลายๆ วัน นั่นคือสินค้าคงต้องอยู่ในสต๊อคไปอีกอย่างน้อยก็เท่ากัยเวลาที่ทอดยาวออกไปนั้น ผลก็คือ เงินทุนหมุนเวียนก็จะเข้าไปอยู่ในสินค้าคงคลังมากขึ้น โอกาสการขายน้อยลง ถ้ามีคู่แข่งสามารถทำได้เร็วกว่าเราคู่แข่งอาจจะได้การสั่งซื้อจากลูกค้าของเราไปแทน
ถ้าระบบงานของเราอัตโนมัติ การขายครั้งนี้คงจะปิดได้ในครั้งแรกที่ลูกค้าโทรเข้ามา เพราะพนักงานขายมีข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นพร้อมอยู่ในคอมพิวเตอร์ตรงหน้านั้น ถ้าทำระบบให้ดีกว่านั้นก็เป็นไปได้ว่าลูกค้าจะเข้ามาที่ระบบรับคำสั่งซื้อของเราจากที่ทำงานของลูกค้า สร้างคำสั่งซื้อ กำหนดวันส่งของที่ต้องการได้เอง
ตัวอย่างนี้ยังเป็นเพียงบางส่วนของประโยชน์เกิดขึ้นจากการใช้คอมเปียร์ทำให้บริษัทเป็นบริษัทอัตโนมัติ
