"เวบ
เซอร์วิส" ก้าวสู่พัฒนาการเน็ตยุคที่
3
"เวบ
เซอร์วิส" หรือการเชื่อมโยงโปรแกรมบริการผ่านเวบ
กลายเป็นเทคโนโลยี
พื้นฐานสำคัญในปีนี้
เหตุจุดเด่นมาตรฐานเทคโนโลยีที่ทำให้เกิด
"การเชื่อมโยง
ข้ามระบบ" หรือที่เรียกว่า
"Interoperability" จะกระทำได้ง่ายขึ้น
โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า
"บริการเวบ"
ทั้งนี้เป็นคำพยากรณ์ของนายสมนึก
คีรีโต ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
และผู้อำนวยการ
ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เนคเทค ภายในงานสัมมนา "Web
Services & Interoperability"
ที่จัดโดยโครงการปริญญาโท
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(เนคเทค)
ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย
(ซอฟต์แวร์ปาร์ค)
โดยเทคโนโลยีดังกล่าว
จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ในลักษณะเชื่อมโยงกับสำนักงานส่วนหลัง
และแบบบี 2 บี
รวมทั้งระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
ที่เชื่อมโยงระบบสารสนเทศ
ของหน่วยงานรัฐบาลกับรัฐบาลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้การให้บริการกับประชาชนจาก
"ที่เดียว"
เป็นไปได้ง่ายขึ้น
นักพัฒนาซอฟต์แวร์
และผู้บริหารด้านไอทีขององค์กรในประเทศ
ควรจะให้ความสนใจ
อย่างจริงจังต่อเทคโนโลยี
พื้นฐานนี้
เนื่องจากมาตรฐานเปิดของเวบเซอร์วิส
ที่เริ่มเป็นที่ยอมรับกันในระดับสากลว่า
จะเป็นกลไกสำคัญ
ในการเชื่อมโยงระบบที่มี
แพลทฟอร์มแตกต่างกันได้สะดวกมากขึ้น
และด้วยต้นทุนที่ต่ำลงกว่าในอดีต
รวมทั้งบริษัทไอทีชั้นนำได้พัฒนาโซลูชั่นไปในแนวทางนี้ในเกือบทุกค่าย
ก้าวสู่ยุคที่
3 ของเวบ
ทั้งนี้
"เวบ เซอร์วิส" (Web Services)
เป็นพัฒนาการยุคที่ 3 ของเวบ (Web)
โดยเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารกันระหว่างโปรแกรมกับโปรแกรม
(A2A:
Application To Application) แต่ใช้หลักการพื้นฐานที่ทำให้เวบในอดีตที่ผ่านมา
มีความแพร่หลาย
และใช้งานได้ง่าย กล่าวคือ
มีวิธีในการประกาศ (Publish) โปรแกรมบริการที่มีอยู่,
การขอใช้
และตอบรับบริการ (Request & Response
services) โดยใช้การเขียนซอฟต์แวร์ที่เป็นฟังก์ชั่น
หรือเป็นคอมโพเน้นท์ย่อยๆ
ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์
ซึ่งในประเด็นนี้
จะเกี่ยวข้องการใช้ภาษาการพัฒนาโปรแกรม
ที่เป็นเชิงออบเจ็ค (OO:
Object Oriented Software Components)
ด้วย
ขณะที่
ยุคที่ 2 ของเวบนั้น
เป็นยุคของไดนามิค เวบ
ซึ่งมีหัวใจหลักอยู่ที่ภาษาเอชทีเอ็มแอล
HTML:
Hyper Text Mark Up Language และการใช้ฐานข้อมูล
(ดาต้าเบส) ส่วนในยุคแรก เป็นเวบแบบนิ่ง
(Static Web)
มีเพียงภาษาเอชทีเอ็มแอล
ที่ประกาศ (พับลิช)
การขอและเรียกใช้เอชทีเอ็มแอลไฟล์
ประโยชน์ของเวบ
เซอร์วิส
พร้อมกันนนี้
แนวคิดของเวบ เซอร์วิส
ที่ช่วยให้มีการสื่อสารระหว่างโปรแกรมกับโปรแกรมได้นั้น
ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันข้ามระบบที่แตกต่างกันได้
(Interoperability)
พูดง่ายๆ ว่า
เป็นการเรียกโปรแกรมข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการต่างกันได้
(แพลทฟอร์ม)
และต่างภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมได้
หัวใจของเวบ
เซอร์วิส อยู่ที่
เทคโนโลยีของภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล
(XML:
Extensible Mark Up Language)
ที่ช่วยให้มีการสื่อสารข้อมูลแบบมีโครงสร้างอธิบายความหมายกำกับอยู่
และโปรโตคอลที่ใช้การเรียกใช้งานโปรแกรมโดยทะลุผ่านเวบเซิร์ฟเวอร์
และผ่านชั้นการกลั่นกรองความปลอดภัยแบบ
Firewall ไปด้วย
ที่เรียกว่า SOAP: Simple Object Access Protocol
เวบ
เซอร์วิส เป็นการนำข้อดีของเวบ
ด้านความง่ายในการเชื่อมโยงกับมาตรฐานของโปรโตคอล
ที่ทำให้เรียกใช้งานบริการ
หรือโปรแกรมข้ามเครื่องและข้ามองค์กรได้ง่าย
นายสมนึก กล่าว
โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ
ขณะที่
โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบที่เน้นการให้บริการเป็นหลัก
เรียกว่า Service -Oriented
Architecture:
SOA ประกอบด้วย
3 ส่วนหลัก คือ 1. ผู้ให้บริการ (Service
Provider)
ที่ทำการประกาศ (Publish)
บริการขององค์กรไปยัง ไดเรคทรอรี่ที่เก็บทะเบียนของการบริการ
หรือที่เรียกว่า
ตัวแทนผู้ให้บริการ (Service Broker/Repository)
ซึ่งเป็นส่วนที่ 2
โดยผู้ให้บริการต้องลงทะเบียน
เพื่อระบุชื่อบริการ
และพารามิเตอร์
หรือเงื่อนไขที่จะสามารถเรียกใช้บริการนั้น
ได้ ด้วยการใช้มาตรฐาน WSDL:Web
Services Description Language ในการอธิบายว่าโปรแกรมนั้น
จะถูกเรียกใช้งานได้อย่างไร
ทั้งนี้ตัวแทนผู้ให้บริการเอง
จะบันทึกและจัดเก็บบริการต่างนั้น
โดยใช้มาตรฐานของระบบไดเรคทรอรี่
ที่เรียกว่า UDDI :Universal
Description, Discovery and Integration ซึ่งจะช่วยกำหนดการลงทะเบียนการค้นหา
และเข้าถึงบริการที่อยู่ในไดเรคทรอรี่
ส่วนที่
3 เป็นผู้ขอใช้บริการ (Service
Requester)
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง
ที่ต้องการเข้าไปสืบค้น
หารายการ บริการ
จากตัวแทนผู้ให้บริการ
เมื่อพบว่าบริการนั้น
อยู่ที่ผู้ให้บริการใด
ก็จะเรียกใช้ (bind)
ไปยังผู้ให้บริการนั้นๆ
ได้โดยตรงต่อไป
การประยุกต์ใช้งาน
ขณะเดียวกัน
เวบเซอร์วิส
เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริการใหม่ๆ
ในลักษณะที่ต้องการเชื่อมโยง
ระบบสารสนเทศที่มีความแตกต่างเข้าด้วยกันอย่างอัตโนมัติ
เช่น
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ
(B2B),
ระบบการบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
ในลักษณะที่มีการเชื่อมบริการของภาครัฐกับภาครัฐเข้าด้วยกัน
เพื่อทำให้เกิดการบริการต่อประชาชนจากจุดเดียวได้
(One Stop Services)
เป็นต้น
ตัวอย่างพื้นฐานหนึ่ง
คือ
การเชื่อมโยงระหว่างระบบการสั่งซื้อ
ของบริษัทผู้ขายบริษัทหนึ่ง
ไปยังระบบสารสนเทศการ
จัดส่งของบริษัทจัดส่งอีกบริษัทหนึ่ง
จะเป็นไปได้ง่ายมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีของเวบเซอร์วิส
พื้นฐานดังกล่าวนี้ จะทำให้
"การจัดการห่วงโซ่อุปทานด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์"
(e-SCM:Supply
Chain Management)
และธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ
และมีความคุ้มค่ามากขึ้น
โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ
ระหว่างองค์กรในห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้แต่ละบริษัทจะมีระบบงาน
(แอพพลิเคชั่น)
และใช้รูปแบบของข้อมูล (ฟอร์แมท
ดาต้า) ที่แตกต่างกันได้
ซึ่งเมื่อมีการส่งข้อมูลจากองค์กรหนึ่งไปอีกองค์กรหนึ่ง
ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้รับ
สามารถนำข้อมูล
ที่ได้ไปประมวลผลต่อได้ทันที
การเชื่อมโยงระบบอีคอมเมิร์ซของหน้าร้าน
กับระบบหลังร้าน
แล้วยังเชื่อมโยง
กับระบบสารสนเทศของพันธมิตรทางการค้านี้
จะทำให้การทำธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ
และสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้
นั่นเอง
-
|